ข่าวบอลพรีเมียร์ลีก

จ่าฝูงเปลี่ยนมือชั่วคราว

จ่าฝูงเปลี่ยนมือชั่วคราว

เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นการลงเตะนัดที่ 26 ของ ทัพแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะเตะก่อนชาวบ้านชาวช่องเขา แต่ก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวังด้วยการบุกไปถล่ม เอฟเวอร์ตัน ถึงถิ่นกูดิสัน พาร์ค 0-2 ทำให้เวลานี้พวกเขาขยับขึ้นมามีแต้มเท่ากับ ลิเวอร์พูล อีกครั้ง ทว่าด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่าขุนพล “เรือใบสีฟ้า” จึงยึดหัวหาดกลายเป็นจ่าฝูงชั่วคราวเอาไว้ก่อน ถือว่ากลายเป็นความกดดันที่แฟนบอลลิเวอร์พูลรู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียแล้วกับแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซั่นนี้

แม้เกมกับ เอฟเวอร์ตัน ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อาจดูกระท่อนกระแท่นไปหน่อย ทว่าฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ ไม่เคยมีบัญญัติไตรยางศ์อะไรแน่นอน เกมที่แล้วเล่นดี เกมนี้อาจไม่ได้สวยหรู แต่หัวใจสำคัญคือเมื่อไหร่ที่คุณคว้า 3 คะแนนได้ มันคือสิ่งล้ำค่า และมันคือสิ่งสำคัญที่ไม่ต้องสนใจเรื่องของฟอร์มการเล่นไปเสียทุกนัดก็ได้ เกมนี้ แมนฯ ซิตี้ พยายามเปิดเกมบุกใส่เจ้าบ้านตั้งแต่เริ่มต้นตามสไตล์ ทว่าด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างทำให้พวกเขาดูจ่ายบอลติด ๆ ขัด ๆ บอลไม่ขึ้นหน้าอย่างที่ควรจะเป็น บางครั้งแอบเสียบอลง่าย ๆ โชคยังดีที่เจ้าบ้านเองเกมนี้แทบไม่มีพิษสงอะไรน่ากลัวเลย แถมฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาไม่ค่อยสู้ดีนัก จึงทำให้ทีมเยือนเล่นได้ง่ายโดยไม่ต้องพะวงหลังมากจนเกินไป

สุดสัปดาห์นี้จ่าฝูงชั่วคราวอย่าง แมนฯ ซิตี้ ต้องเปิดรังเอติฮัตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี ซึ่งถือเป็นงานหนักพอสมควร ขณะที่ ลิเวอร์พูล จะเปิดรังแอนฟิลด์พบกับ บอร์นมัธ ซึ่งดูตามหน้าเสื่อแล้วยังไงก็ถล่มยับแน่ ๆ นั่นหมายความว่าโอกาสที่จ่าฝูงจะกลับมาเป็นทีมเดิมย่อมมีอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยว่าจะทำผลงานออกมาได้ดีแค่ไหน เพราะตัวหลัก ๆ หลายรายโดยเฉพาะแผงเกมรับยังบาดเจ็บกันระนาว เป็นเรื่องน่าปวดหัวที่ เจอร์เกน คล็อปป์ ต้องรีบแก้ไขปัญหาโดยด่วนที่สุด

ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกมีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ นั่นคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ เชลซี จากการเสกคาถาของ โชเซ่ มูรินโญ่ หรือไม่แน่ว่าซีซั่นนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อาจจะกลายเป็นกุนซือรายที่ 3 ผู้สามารถพาทีมป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ อีกไม่นานเกินรอก็คงได้รู้กันว่าท้ายที่สุดใครจะเป็นคนเข้าป้ายคว้าถ้วยใบนี้ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี อดใจอีกนิดเท่านั้น


Comment here